Lucifer’s wrath NC
ร่างของเธอถูกลากถูลู่ถูกังมายังอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนัก
มือหนาจับข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึงอย่างแรงจนข้อมือบางปวดระบมไปหมด
“เธอจะทำอะไร
ซาสึเกะ!” เสียงหวานร้องถามอย่างนึกกลัว
พยายามสลัดข้อมือออก หากแต่แรงของเธอหรือจะสู้เขาได้อีกทั้งอีกฝ่ายยังมีอารมณ์โกรธช่วยกระตุ้นให้แรงที่เดิมมีมากอยู่แล้วกลายเป็นมหาศาล
“ก็พิสูจน์คำพูดของเธอไง
ว่าถ้าฉันทำให้เธอเจ็บช้ำที่สุด... เธอยังจะให้อภัยฉันได้มั้ย”
ซาสึเกะตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ร่างบางดูถูกว่าความแค้นสามารถลืมได้ง่าย
เขาจะเป็นผู้สอนเธอเองว่าความแค้นน่ะ... เป็นนิรันดร์และจะคงอยู่ตลอดกาล!
“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน
ซากุระ ว่าเธอมันเป็นพวกที่ดีแต่ปากรึเปล่า”
ซาสึเกะผลักประตูออกไปอย่างแรงจนมันเปิดออก
ก่อนจะลากตัวเธอเข้าไปในห้องแล้วกระแทกประตูปิด
บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบและค่อนข้างมืด
มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงโบราณค่อยให้ความสว่าง
ซากุระร้องโวยวายพยายามขัดขืนเมื่อเธอพอจะเดาได้ว่าร่างสูงต้องการจะทำอะไร
“ปล่อยฉันนะซาสึเกะ!”
เธอพูดพร้อมกับสะบัดมืออกอีกครั้ง แต่ร่างสูงกลับไม่สะเทือน เขาเหวี่ยงเธอไปที่พื้นแข็งๆราวกับว่าเธอเป็นเพียงขยะที่หมดประโยชน์แล้ว
เจ็บจนบอกไม่ถูก...
ซากุระที่ล้มลงไปกองกับพื้นไม่มีแรงแม้จะยันตัวลุกขึ้น
ขาของเธอถลอกไปหมดเพราะแรงเหวี่ยงมหาศาลเมื่อครู่ทำให้มันครูดกับพื้น
รวมถึงพิษไข้ที่ยังไม่สร่างเต็มที่ทำให้สมองของเธอเบลอไปหมด แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังตะเกียกตะกายหนี
“น่าสมเพช! นี่น่ะเหรอคนที่เมื่อกี้พูดปาวๆว่าจะให้ฆ่า
เหอะๆ เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาขี้แพ้” ซาสึเกะพูดพร้อมกับยืนกอดอกมองดูความกระเสือกกระสนของเธออย่างพอใจ
“ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าฉันเลยสิ! แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น”
ซากุระมองอีกฝ่ายด้วยแววตารู้ทัน ใบหน้าของเธอเครียดเขม็งอย่างรู้สึกเจ็บใจ
“ฉลาดเหมือนกันนี่”
“เธอจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...”
เสียงหวานถามเบาๆสติของเธอที่ไม่มั่นคงเท่าที่ควรทำให้เธอเซน้อยๆ แต่ก่อนที่หัวจะแตะถึงพื้น
เธอก็สัมผัสได้ถึงมือเย็นๆที่ประคองมันไว้
ซาสึเกะที่ตอนนี้เปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นท่านั่งกำลังใช้มือของเขาประคองใบหน้าของเธอไว้
ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมาที่เธอราวกับต้องการจะมองให้ทะลุผ่านไปถึงหัวใจ
เขาระบายยิ้มน้อยๆ
“ก็เพื่อสอนให้เธอรู้ไง
ว่าบางอย่างมันก็ไม่สามารถให้อภัยได้...ต่อให้รักมากแค่ไหนก็ตาม!” พูดจบเรียวปากหนาของร่างสูงก็ประกบริมฝีปากบางที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยคำพูดเพื่อคัดค้านเขา
ปลายลิ้นอุ่นชื้นไล่สัมผัสไปทั่วโพรงปาก
พร้อมๆกับร่างสูงที่โถมตัวทาบทับไม่ให้เธอดิ้นหนีไปไหนได้ ร่างบางสัมผัสถึงความเย็นของพื้นอิฐ...รู้ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถหนีไปจากเขาได้อีกแล้ว...
ซากุระพยายามขัดขืน
‘สิ่งแปลกใหม่’ ที่รุกล้ำเข้ามาในปาก แต่ทว่าสิ่งนั้นกลับไม่หยุดง่ายๆ
ยังแสดงท่าทีรุกรานอย่างไม่ลดละ
เธอใช้ลิ้นของเธอผลักดันมันออกไปแต่นั่นกลับกลายเป็นว่าเธอกำลังตอบสนองต่อรสจูบของเขา
ยิ่งทำให้ร่างสูงรุกหนักขึ้นไปอีก
“อื้อ...”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะหมดลมหายใจ
เจ้าของดวงตาสีรัตติกาลจึงยอมปล่อยให้ริมฝีปากบางเป็นอิสระ
เขาเลียริมปีปากที่ได้ลิ้มชิมรสเค็มของเลือดที่ปากของซากุระ
เมื่อคิดได้ว่าแผลที่ปากนั้นคงได้มาจากตอนที่เธอพยายามกักเก็บอารมณ์ยามที่เห็นเขากับคารินร่วมรังสรรค์ฉากรักสุดหวือหวา
ร่างสูงก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ
“พะ...พอแล้ว
ซาสึ...อื๊อ...” เมื่อเห็นว่าเธอกลับมาหายใจคล่องอีกครั้งเขาก็ไม่ยอมละทิ้งโอกาส
ริมฝีปากร้อนดุจไฟเผายังคงบดขยี้ริมฝีปากบางที่ชอบพูดอะไรขัดใจเขาอยู่เรื่อย
ลิ้นหนาไล่สำรวจไปตามโพรงปากราวกับกำลังหาสมบัติ
มันสอดส่ายไปมาพร้อมกับเกี่ยวกระหวัดทักทายกับลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนร่างบางอ่อนระทวยเลิกขัดขืนและปล่อยให้เขาทำ ‘อะไร’ ตามใจชอบต่อ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนแล้ว
ซาสึเกะก็อุ้มร่างบางขึ้นไปวางไว้ที่เตียงอย่างแผ่วเบาแต่ริมฝีปากนั้นยังคงสอดส่ายหาความหวานจากเธออย่างไม่รู้จักพอ
เธอแตกต่างจากคาริน...
เพียงแค่ลิ้มชิมรสเธอนิดหน่อยเขากลับหยุดแรงปรารถนาของตัวเองไม่ได้...
แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้าเพราะเพิ่งผ่านศึกหนักมา
แต่ตอนนี้มันกลับมาแข็งขันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ นี่เขาต้องการเธอมากขนาดนี้เชียวหรือ?
ซาสึเกะลืมความคิดทั้งหมดไป...
ไม่มีความโกรธ ไม่มีความแค้น
ไม่เหลือทิฐิใดๆอีกแล้ว...
เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม
ตอนนี้ร่างสูงคิดเพียงอย่างเดียวคือต้องการ ‘ครอบครอง’ ร่างบางตรงหน้าที่ยังอุตส่าห์ใช้มืออันไร้เรี่ยวแรงนั้นดันที่อกเขาอย่างสิ้นหวัง
“ยะ...อย่านะซาสึเกะ...”
นั่นเป็นประโยคแรกที่เธอพูดหลังจากที่เขาปล่อยให้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ
“ถ้ายิ่งดื้อ...ฉันจะยิ่งหมดความอดทนนะ”
เขากระซิบบอกเธอเบาๆพร้อมกับหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าของเธอที่ตกใจระคนหวาดกลัว
ซากุระได้แต่มองเขานิ่ง
ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นตอนนี้ไม่เหลือสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว
เธอปล่อยมือทั้งสองข้างลงข้างตัวเมื่อรู้ว่าขัดขืนเขาต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
อารมณ์บางอย่างที่ถูกจุดขึ้นทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเธอลดต่ำลงไปมาก
เธอปล่อยให้เขาตักตวงความหวานจากเธอไปเรื่อยๆ...
“นั่นแหละดีแล้ว...อื้ม...”
เขาพูดอย่างพอใจก่อนจะไล่จูบเธออีกครั้ง
มือหนาทั้งสองเริ่มอยู่ไม่สุขและเปลี่ยนที่อยู่ของมันไปเรื่อย
ตอนนี้มันกำลังหยุดอยู่ตรงบริเวณเนินอกที่สวยได้รูปแม้มีอาภรณ์ปิดบัง
ตอนนี้ทุกอย่างดูเกะกะขวางตาเสียหมด แม้กระทั่งไอ้เจ้าชุดนินจาเก่าๆที่ดูรุ่ยร่ายนี่
ร่างสูงคิดออกมาแบบนั้น และก็ตามที่ใจคิดเพราะมือหนานั้นฉีกกระชากชุดนั้นออกด้วยแรงอันมหาศาลจนมันขาดหลุดลุ่ย
เผยให้เห็นเนินอกสวยที่ขาวผุดผ่องเพราะถูกดูแลมาอย่างดี
เท่านั้นยังไม่พอเพราะเจ้ามือที่อยู่ไม่สุขนั่นก็ทำลายปราการชิ้นสุดท้ายที่ปกปิด ‘สิ่งสวยงาม’ นั้นออกจนหมด ตอนนี้อกเปล่าเปลือยนั้นกำลังอวดโฉมอยู่เบื้องหน้าเขา
ซาสึเกะถอนริมฝีปากได้รูปออกมาจากปากเรียวนั่นเพื่อยลโฉมเจ้าสิ่งแปลกใหม่นี้ได้ชัดๆ
“งดงาม...”
ตอนนี้ร่างบางเบื้องหน้าได้แต่หันหน้าหนีเขาแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ
เธอเลิกขัดขืนเขาแต่ใช้ความเงียบกดดันเขาแทน ซาสึเกะนิ่วหน้าเล็กน้อย เขาล่ะเกลียดนักไอ้กิริยาแบบนี้
“มองหน้าฉันสิ
ซากุระ...” เขาบอกเธอด้วยเสียงแหบพร่า ใช้มือที่ว่างจับใบหน้าหวานอย่างเบามือให้หันมามองเขาตรงๆ
แต่ร่างบางกลับขัดขืนไม่ยอมหัน
“อย่าดื้อ...”
เขาพูดพร้อมกับขบเบาๆที่ใบหูที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อ
ริมฝีปากที่มักเอ่ยถ้อยคำแสนเย็นชาน่าเจ็บปวดพรมจูบซับน้ำตาทั่วทั้งใบหน้า
ไล่ลงมาถึงซอกคอ ก่อนจะออกแรงขบเม้มฝากรอยประทับเอาไว้ที่ซอกคอขาว
ร่างบางร้องกรี๊ดออกมาอีกหนกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับ
ซาสึเกะค่อยๆไล่ขบเม้มตีตราจองร่างบางลงมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณอกอิ่ม เขาหายใจติดขัดอีกครั้งเมื่อมองดูมันใกล้ๆ
อกอิ่มชูชันท้าสายตาราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปลิ้มลอง
เขาค่อยๆเคลื่อนกายต่ำลง
แล้วริมฝีปากได้รูปก็เข้าครอบครองยอดอกสีกุหลาบข้างหนึ่งไว้
ลิ้นหนาซุกซนไล้วนไปตามยอดอก ขบเบาๆพร้อมกับดูดดันหยอกล้อราวกับมันเป็นของเล่นอันเลอค่า
ในขณะที่มืออันอยู่ไม่สุขก็ให้ความสุขกับอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน
“อ๊ะ...ยะ...อย่า
ซาสึเกะ อื๊อ...” ซากุระถึงกับร้องออกมาอย่างรู้สึกเสียวกระสัน
เรือนร่างที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนย่อมไร้เดียงสา เสียงครางหวานหูของเธอทำให้ร่างสูงควบคุมตัวเองแทบไม่ไหว
หากแต่ถ้าเขารีบร้อนเกินไปเธออาจจะเจ็บมากกว่าที่เป็น
ตัวเขาเองนั้นก็พอรู้ว่าเธอบริสุทธิ์ และมันก็ทำให้เขาดีใจอยู่ไม่น้อย...
ซาสึเกะอุ้มร่างบางที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงชันตัวขึ้นก่อนจะค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ยังหลงเหลืออยู่
ไม่นานนักเรือนร่างขาวพิศุทธิ์กับสัดส่วนที่ฟ้าประทานมาให้จนล้นก็ปรากฏแก่สายตา มาถึงตอนนี้ร่างสูงเริ่มรู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้ใครอื่นมายลโฉมความงามนี้ที่เขาควรจะได้เห็นแต่เพียงผู้เดียว...
ซาสึเกะค่อยๆจัดการเสื้อคลุมที่แสนเกะกะของตัวเอง
ก่อนจะโถมตัวทาบทับโอบกอดร่างบางให้แนบไปกับตัวทุกส่วน ริมฝีปากนั้นครอบครองยอดอกสีกุหลาบข้างหนึ่งไว้อีกครั้ง
มือหนึ่งนั้นก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี
เสียงครางหวานหูยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงแข็งขืนขึ้น
หากแต่เขาต้องไม่รีบร้อน...
มืออีกข้างที่ยังว่างค่อยๆไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ
บีบเค้นทุกสัดส่วนฝากรอยประทับไว้ ใบหน้าหวานพลิกไปมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
ก่อนที่มือที่สร้างความเสียวซ่านจะค่อยๆสืบเข้าไปในต้นขาขาว
นิ้วเรียวยาวๆค่อยๆสอดใส่อย่างระวังเพราะเกรงว่าร่างบางจะเจ็บ
“อ๊ะ! ซา...สึเกะ” เธอครางออกมาพร้อมกับเรียกชื่อเขา
สองมือเล็กโอบกอดเขาไว้อย่างเสียวกระสัน ซากุระจิกเล็บลงไปบนหลังของร่างสูงจนเลือดซิบอย่างมิอาจทนได้
แต่ซาสึเกะไม่ได้ว่าอะไร...
เขายังคงพยายามใช้นิ้วของตัวเองปูทางให้ช่องทางคับแคบนั่นคุ้นชิน ร่างสูงหัวเราะออกมาหน่อยๆเมื่อคิดว่าเขาชักจะแคร์เธอมากเกินไปแล้ว
คนที่มีความต้องการสูงอย่างเขาไม่เคยเล้าโลมใครถึงขนาดนี้ แต่สำหรับเธอเขากลับยอมอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอต้องทรมานจนเกินไป
เมื่อถูกกระตุ้นมากๆเข้าร่างกายของเธอก็ตอบสนองโดยส่งน้ำหวานหยาดเยิ้มมาหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ
ร่างบางครางเสียงกระเส่าเมื่อนิ้วเรียวสัมผัสถึงจุดอ่อนไหว
สติแทบจะหลุดออกจากร่าง...
ซาสึเกะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงพร้อมแล้ว
แม้จะใช้เวลานานไปหน่อยแต่ถ้าบวกกับเวลาที่เขาต้องเรียกความแข็งแกร่งคืนมานั่นก็นับว่าพอดีอย่างเหมาะเจาะ
ร่างสูงค่อยๆถอดนิ้วออกจากช่องทางนั้น เขาเลียนิ้วมือที่ยังคงมีน้ำหวานติดมาประปรายก่อนจะส่งมันเข้าปากของหญิงสาวที่รับมันไปชิมอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
“หวานมั้ย?”
เขาถามแล้วยิ้มน้อยๆ มือหน้าเกลี่ยปอยผมสีชมพูดสดใสออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แสนทรมานของร่างบาง
ทั้งๆที่เพิ่งถึงจุดหมายไปก่อนเขาแท้ๆแต่เธอกลับยังมีความต้องการมากกว่าเขาเสียอีก
โลภจริงๆนะ
ร่างสูงที่อดทนมานานเริ่มจับเรียวขาขาวแยกออกช้าๆ
แต่คนตัวเล็กกลับหุบเกร็งมันตามสัญชาตญาณ
ซาสึเกะนิ่วหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด
คราวนี้เขาออกแรงขืนมากกว่าเดิมพร้อมกับใช้เข่าช่วยดันเอาไว้
“อย่าเกร็งสิซากุระ”
เขาพูดเบาๆ และร่างบางก็ยอมปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าร่างบางเลิกขัดขืน
ซาสึเกะก็สอดใส่ความแข็งแกร่งของตัวเองเข้าไปอย่างช้าๆ
“อึก!”
เสียงร้องเบาๆนั้นทำให้เขารู้ว่าเขาเจอปัญหาอีกแล้ว
ช่องทางนั้นคับแคบเกินกว่าที่เขาจะฝืนดันตัวเองเข้าไปจริงๆ
“อั่ก...จะ...เจ็บ
ซาสึเกะ เจ็บ...” ซากุระร้องเรียกชื่อเขาอย่างเจ็บปวดจนทนไม่ไหว
น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มพร้อมๆกับใบหน้าหวานบิดเกร็งอย่างเจ็บปวด
ซาสึเกะชั่งใจว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีเพราะความต้องการของเขามันก็มีมากจนหยุดไม่ได้เหมือนกัน
แต่สุดท้ายร่างสูงก็ยังฝืนดันความแข็งแกร่งของตัวเองเข้าไปอีก
“ซาสึเกะ...
หยุดเถอะ ไม่เอาแล้ว...” เธอว่าพลางใช้มือจิกไปที่หลังของเขาอีกครั้งเพื่อระบายความเจ็บปวด
หากแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
“อะ...เอามันออกไป
ซาสึเกะ ฉัน...อื๊อ” เสียงของเธอถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากหนาเข้าครอบครองริมฝีปากของเธอ
เขาพรมจูบอยู่อย่างนั้นเพื่อช่วยทำให้เธอคลายความเจ็บปวดลง เมื่อเทียบกันแล้วเขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเพราะตอนนี้เขาเข้าไปในตัวเธอได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
“อีกนิดเดียว...”
เขาพูดกับเธอด้วยเสียงที่แหบพร่า เมื่อเห็นว่าร่างบางหยุดร้องแล้ว
ซาสึเกะจึงอาศัยจังหวะนั้นดันตัวเองเข้าไปจนสุด
“กรี๊ดดด”
เสียงกรีดร้องดังสนั่นก่อนที่เขาจะเลื่อนริมฝีปากไปจูบประกบปากนั้น ซากุระน้ำตาไหลพราก...
เธอไม่เคยสัมผัสถึงความเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน
ดวงตาสีมรกตปรือขึ้นมองดูคนเบื้องบนเล็กน้อยก่อนมันจะหลุบต่ำลง จู่ๆใบหน้าของเธอก็เกิดร้อนผ่าวอย่างผิดที่ผิดเวลา
ความเจ็บปวดที่เพิ่งได้รับแม้มันจะยังไม่หายไปแต่กลับมีความรู้สึกใหม่เพิ่มเข้ามา
“อะไรกันใบหน้าแบบนั้น...”
ซาสึเกะถามอย่างอ่อนแรงเมื่อมองดูใบหน้าของคนเบื้องล่าง
มันยั่วยวนเสียจนเขาอยากจะทำอะไรสักอย่างกับมัน
หากแต่ว่าสภาพของเขาในตอนนี้จะทำอะไรได้ ความแข็งแกร่งถูกช่องทางนั้นตอดรัดจนขยับแทบไม่ได้
ปากก็ต้องคอยพรมจูบซับน้ำตามอบความหวานให้อีกฝ่ายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
แต่สิ่งที่เธอทำคือมองหน้าเขาแล้วหลบสายตา เหอะ! เอาเปรียบกันจริงๆ
“ผ่อนคลายนะซากุระ”
เขากระซิบเมื่อเห็นว่ารางกายของเธอเริ่มปรับสภาพรับเขาได้แล้ว ร่างสูงค่อยๆขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆ
แต่มันก็ช่างเป็นไปอย่างยากลำบาก
“อ๊ะ
อ๊ะ” ร่างบางครางเสียงกระเส่าตามจังหวะที่เขาควบคุมอยู่
ความเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยทำให้น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด
แต่ตอนนี้ความทรมานเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง
ต้องการเขา...
มากกว่านี้...
โดยไม่ทันรู้ตัวขาของซากุระก็เปิดอ้ากว้างรอรับความแข็งแกร่งที่เริ่มเพิ่มความเร็ว
ความรู้สึกบางอย่างส่งให้สะโพกบางแอ่นเข้าหาความแข็งแกร่งนั้นเพื่อให้มันเข้ามาได้ลึกกว่าเดิม
คนที่กำลังคุมเกมอยู่ถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่ นึกไม่ถึงว่าเธอจะตอบสนองเขาแบบนี้
ร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเพิ่มจังหวะกระแทกกระทั้นรุนแรงขึ้น
“อ๊ะ...ซะ...ซาสึเกะ”
“หืม?
เธอ...เรียกชื่อฉันบ่อยจังนะ”
เขาพูดติดตลกทั้งๆที่ตอนนี้ร่างกายมันร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว
และนั่นก็ยิ่งทำให้จังหวะรุกของเขารุนแรงกว่าเดิมอีกหลายเท่าจนคนเบื้องร่างถึงกับร้องเสียงหลง
“อ๊ะ
อ๊ะ อ๊าาา...”
ร่างบางหลุดเสียงกรีดร้องหวานหูเมื่อความแข็งแกร่งสะกิดจุดอ่อนไหวของร่างกาย
เธอผวาตัวกอดร่างสูงไว้แน่น ซาสึเกะหยุดจังหวะรักนั้นไว้ก่อนจะกอดร่างบางเบาๆ
เพราะว่าวันนี้ผ่านศึกมาหลายครั้งจนเขาเองนั้นไปถึงฝั่งฝันได้ยากเหลือเกิน
แต่ไม่ว่ายังไงกับร่างบางตรงนี้ เขาก็อยากจะขอให้เธอช่วยส่งเขาไป
“ช่วยทีนะ
ซากุระ...” เขากระซิบเบาๆก่อนจะรวบรัดตัวเธอยืนขึ้นทั้งที่ร่างกายยังสอดประสาน
ซากุระที่สติแทบไม่มีเหลือได้แต่กอดเขาไว้แน่น
ความเสียวซ่านระลอกใหม่กลับมาอีกครั้ง ซาสึเกะเริ่มเร่งจังหวะขึ้นมาใหม่ในท่ายืน
จังหวะที่ปลุกขึ้นมาใหม่นั้นเพิ่มความเสียวกระสันจนทำให้คนทั้งคู่หายใจหอบ
“ยอดมาก...”
เขาพูดก่อนจะพาเธอเดินวนไปรอบห้อง
มือหนาจับเอวบางให้เข้าจังหวะสอดรับกับการรุกของเขา
จังหวะซอยถี่และรุนแรงนั้นทำให้สองร่างต่างครวญครางไม่เป็นภาษาลั่นห้อง
มือเล็กกอดเขาแน่นขึ้นราวกับต้องการจะระบายอารมณ์
“ซะ...ซาสึเกะ
ฉัน...ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว”
“อีกนิดเดียวซากุระ
อีกนิดเดียว”
“อะ...อ๊าาา”
เป็นอีกครั้งที่เธอถูกส่งไปยังฝั่งฝัน สติที่เรือนลางถูกกระชากไปจนหมดสิ้น
“อา...” แต่คราวนี้ร่างสูงกลับหอบหายใจถี่ไปด้วยเพราะอารมณ์ที่ถึงจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน
สายธารแห่งรักถูกปลดปล่อยเข้าไปในร่างบาง
ซาสึเกะแทบหมดแรง...
เขาพาตัวเองพร้อมร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย
ก่อนจะค่อยๆถอนความแข็งแกร่งออกมาอย่างช้าๆ
เหนื่อย...
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
.
.
.
เมื่ออารมณ์แห่งความใคร่หมดไปความทรงจำที่เคยลืมไปชั่วขณะก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว
ก่อนที่ร่างสูงจะชะงักราวกับมีอะไรมาตีแสกหน้า
เขาไม่ได้ป้องกัน...
กับคารินที่เขาเชยชมอยู่เกือบทุกวันนั้นเขายังป้องกันทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้เพราะความโกรธที่มีต่อซากุระทำให้เขาลืมคิดเรื่องนั้นไปเสียสนิท
แต่ร่างสูงก็คิดในแง่ดีว่าสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่คงไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่
เขาไม่ควรจะกังวลจนเกินไป...
ซาสึเกะมองดูร่างบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยของเขาอย่างพึงพอใจ
ความรู้สึกแค้นเคืองเริ่มกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ร่างสูงระบายรอยยิ้มร้ายกาจ
เขาจะทำให้เธอต้องรู้สึกสูญเสียทุกอย่าง...
จะฝากฝังความแค้นไว้กับเธอที่เอาแต่พูดว่าความรักสามารถทำให้ลืมความแค้นได้
จะสอนเธอให้เข้าใจความเป็นจริงของโลกนี้...
“ว่าไงล่ะ
คำตอบของเธอน่ะ... ยังจะเหมือนเดิมอยู่มั้ย?”
ในที่สุด!!! แต่งได้แล้ว จบแล้ว เย้!!! ตั้งแต่เปิดเรื่องมาไอเกะมันเพิ่งจะแสดงความอ่อนโยน
โดยเฉพาะตอน จุดๆๆเนี่ย แอร๊ยยย >.< ฉากNCนี่มันเปลืองพลังงานจริงๆ ไรท์เตอร์ต้องเปิดต้องดูทั้งนิยาย
การ์ตูนเพื่อมาเขียนฉากแบบนี้โดยเฉพาะ จนมามี๊มองอย่างสงสัย แบบว่า
ทำหน้าหื่นมาหลายชั่วโมง -,.- ถึงมันจะออกแนวกากเกรียนไปหน่อย
บางฉากอ่านแล้วอาจจะงงก็มองผ่านๆมันไปนะคะ แฮร่! ท้ายนี้สำหรับคนอ่านที่อายุยังไม่ใช่
18+ เนื้อหาในนิยายมันค่อนข้างรุนแรง(มั้ง) ใช้วิจารณญาณในการเสพนะจ๊ะ จุ๊บุๆ>.<
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น