วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

เพลิงแค้นซาตาน nc 1

Lucifer’s  wrath NC

            ร่างของเธอถูกลากถูลู่ถูกังมายังอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนัก มือหนาจับข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึงอย่างแรงจนข้อมือบางปวดระบมไปหมด

            “เธอจะทำอะไร ซาสึเกะ!” เสียงหวานร้องถามอย่างนึกกลัว พยายามสลัดข้อมือออก หากแต่แรงของเธอหรือจะสู้เขาได้อีกทั้งอีกฝ่ายยังมีอารมณ์โกรธช่วยกระตุ้นให้แรงที่เดิมมีมากอยู่แล้วกลายเป็นมหาศาล

            “ก็พิสูจน์คำพูดของเธอไง ว่าถ้าฉันทำให้เธอเจ็บช้ำที่สุด... เธอยังจะให้อภัยฉันได้มั้ย” ซาสึเกะตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ร่างบางดูถูกว่าความแค้นสามารถลืมได้ง่าย เขาจะเป็นผู้สอนเธอเองว่าความแค้นน่ะ... เป็นนิรันดร์และจะคงอยู่ตลอดกาล!

            “ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ซากุระ ว่าเธอมันเป็นพวกที่ดีแต่ปากรึเปล่า”

ซาสึเกะผลักประตูออกไปอย่างแรงจนมันเปิดออก ก่อนจะลากตัวเธอเข้าไปในห้องแล้วกระแทกประตูปิด บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบและค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงโบราณค่อยให้ความสว่าง ซากุระร้องโวยวายพยายามขัดขืนเมื่อเธอพอจะเดาได้ว่าร่างสูงต้องการจะทำอะไร

“ปล่อยฉันนะซาสึเกะ!” เธอพูดพร้อมกับสะบัดมืออกอีกครั้ง แต่ร่างสูงกลับไม่สะเทือน เขาเหวี่ยงเธอไปที่พื้นแข็งๆราวกับว่าเธอเป็นเพียงขยะที่หมดประโยชน์แล้ว

เจ็บจนบอกไม่ถูก...

            ซากุระที่ล้มลงไปกองกับพื้นไม่มีแรงแม้จะยันตัวลุกขึ้น ขาของเธอถลอกไปหมดเพราะแรงเหวี่ยงมหาศาลเมื่อครู่ทำให้มันครูดกับพื้น รวมถึงพิษไข้ที่ยังไม่สร่างเต็มที่ทำให้สมองของเธอเบลอไปหมด แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังตะเกียกตะกายหนี

            “น่าสมเพช! นี่น่ะเหรอคนที่เมื่อกี้พูดปาวๆว่าจะให้ฆ่า เหอะๆ เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาขี้แพ้” ซาสึเกะพูดพร้อมกับยืนกอดอกมองดูความกระเสือกกระสนของเธออย่างพอใจ

            “ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าฉันเลยสิ! แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น” ซากุระมองอีกฝ่ายด้วยแววตารู้ทัน ใบหน้าของเธอเครียดเขม็งอย่างรู้สึกเจ็บใจ

            “ฉลาดเหมือนกันนี่”

            “เธอจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...” เสียงหวานถามเบาๆสติของเธอที่ไม่มั่นคงเท่าที่ควรทำให้เธอเซน้อยๆ แต่ก่อนที่หัวจะแตะถึงพื้น เธอก็สัมผัสได้ถึงมือเย็นๆที่ประคองมันไว้
            ซาสึเกะที่ตอนนี้เปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นท่านั่งกำลังใช้มือของเขาประคองใบหน้าของเธอไว้ ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมาที่เธอราวกับต้องการจะมองให้ทะลุผ่านไปถึงหัวใจ เขาระบายยิ้มน้อยๆ

            “ก็เพื่อสอนให้เธอรู้ไง ว่าบางอย่างมันก็ไม่สามารถให้อภัยได้...ต่อให้รักมากแค่ไหนก็ตาม!” พูดจบเรียวปากหนาของร่างสูงก็ประกบริมฝีปากบางที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยคำพูดเพื่อคัดค้านเขา ปลายลิ้นอุ่นชื้นไล่สัมผัสไปทั่วโพรงปาก พร้อมๆกับร่างสูงที่โถมตัวทาบทับไม่ให้เธอดิ้นหนีไปไหนได้ ร่างบางสัมผัสถึงความเย็นของพื้นอิฐ...รู้ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถหนีไปจากเขาได้อีกแล้ว...
            ซากุระพยายามขัดขืน สิ่งแปลกใหม่ ที่รุกล้ำเข้ามาในปาก แต่ทว่าสิ่งนั้นกลับไม่หยุดง่ายๆ ยังแสดงท่าทีรุกรานอย่างไม่ลดละ เธอใช้ลิ้นของเธอผลักดันมันออกไปแต่นั่นกลับกลายเป็นว่าเธอกำลังตอบสนองต่อรสจูบของเขา ยิ่งทำให้ร่างสูงรุกหนักขึ้นไปอีก

            “อื้อ...” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะหมดลมหายใจ เจ้าของดวงตาสีรัตติกาลจึงยอมปล่อยให้ริมฝีปากบางเป็นอิสระ เขาเลียริมปีปากที่ได้ลิ้มชิมรสเค็มของเลือดที่ปากของซากุระ เมื่อคิดได้ว่าแผลที่ปากนั้นคงได้มาจากตอนที่เธอพยายามกักเก็บอารมณ์ยามที่เห็นเขากับคารินร่วมรังสรรค์ฉากรักสุดหวือหวา ร่างสูงก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ

            “พะ...พอแล้ว ซาสึ...อื๊อ...” เมื่อเห็นว่าเธอกลับมาหายใจคล่องอีกครั้งเขาก็ไม่ยอมละทิ้งโอกาส ริมฝีปากร้อนดุจไฟเผายังคงบดขยี้ริมฝีปากบางที่ชอบพูดอะไรขัดใจเขาอยู่เรื่อย ลิ้นหนาไล่สำรวจไปตามโพรงปากราวกับกำลังหาสมบัติ มันสอดส่ายไปมาพร้อมกับเกี่ยวกระหวัดทักทายกับลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนร่างบางอ่อนระทวยเลิกขัดขืนและปล่อยให้เขาทำอะไรตามใจชอบต่อ

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนแล้ว ซาสึเกะก็อุ้มร่างบางขึ้นไปวางไว้ที่เตียงอย่างแผ่วเบาแต่ริมฝีปากนั้นยังคงสอดส่ายหาความหวานจากเธออย่างไม่รู้จักพอ

เธอแตกต่างจากคาริน...
เพียงแค่ลิ้มชิมรสเธอนิดหน่อยเขากลับหยุดแรงปรารถนาของตัวเองไม่ได้...

แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้าเพราะเพิ่งผ่านศึกหนักมา แต่ตอนนี้มันกลับมาแข็งขันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ นี่เขาต้องการเธอมากขนาดนี้เชียวหรือ?

ซาสึเกะลืมความคิดทั้งหมดไป...
ไม่มีความโกรธ ไม่มีความแค้น ไม่เหลือทิฐิใดๆอีกแล้ว...

 เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ตอนนี้ร่างสูงคิดเพียงอย่างเดียวคือต้องการ ครอบครองร่างบางตรงหน้าที่ยังอุตส่าห์ใช้มืออันไร้เรี่ยวแรงนั้นดันที่อกเขาอย่างสิ้นหวัง

            “ยะ...อย่านะซาสึเกะ...” นั่นเป็นประโยคแรกที่เธอพูดหลังจากที่เขาปล่อยให้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ

            “ถ้ายิ่งดื้อ...ฉันจะยิ่งหมดความอดทนนะ” เขากระซิบบอกเธอเบาๆพร้อมกับหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าของเธอที่ตกใจระคนหวาดกลัว ซากุระได้แต่มองเขานิ่ง ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นตอนนี้ไม่เหลือสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว เธอปล่อยมือทั้งสองข้างลงข้างตัวเมื่อรู้ว่าขัดขืนเขาต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ อารมณ์บางอย่างที่ถูกจุดขึ้นทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเธอลดต่ำลงไปมาก เธอปล่อยให้เขาตักตวงความหวานจากเธอไปเรื่อยๆ...

            “นั่นแหละดีแล้ว...อื้ม...” เขาพูดอย่างพอใจก่อนจะไล่จูบเธออีกครั้ง

            มือหนาทั้งสองเริ่มอยู่ไม่สุขและเปลี่ยนที่อยู่ของมันไปเรื่อย ตอนนี้มันกำลังหยุดอยู่ตรงบริเวณเนินอกที่สวยได้รูปแม้มีอาภรณ์ปิดบัง ตอนนี้ทุกอย่างดูเกะกะขวางตาเสียหมด แม้กระทั่งไอ้เจ้าชุดนินจาเก่าๆที่ดูรุ่ยร่ายนี่ ร่างสูงคิดออกมาแบบนั้น และก็ตามที่ใจคิดเพราะมือหนานั้นฉีกกระชากชุดนั้นออกด้วยแรงอันมหาศาลจนมันขาดหลุดลุ่ย เผยให้เห็นเนินอกสวยที่ขาวผุดผ่องเพราะถูกดูแลมาอย่างดี เท่านั้นยังไม่พอเพราะเจ้ามือที่อยู่ไม่สุขนั่นก็ทำลายปราการชิ้นสุดท้ายที่ปกปิด สิ่งสวยงามนั้นออกจนหมด ตอนนี้อกเปล่าเปลือยนั้นกำลังอวดโฉมอยู่เบื้องหน้าเขา ซาสึเกะถอนริมฝีปากได้รูปออกมาจากปากเรียวนั่นเพื่อยลโฉมเจ้าสิ่งแปลกใหม่นี้ได้ชัดๆ

            “งดงาม...”

            ตอนนี้ร่างบางเบื้องหน้าได้แต่หันหน้าหนีเขาแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ เธอเลิกขัดขืนเขาแต่ใช้ความเงียบกดดันเขาแทน ซาสึเกะนิ่วหน้าเล็กน้อย เขาล่ะเกลียดนักไอ้กิริยาแบบนี้

            “มองหน้าฉันสิ ซากุระ...” เขาบอกเธอด้วยเสียงแหบพร่า ใช้มือที่ว่างจับใบหน้าหวานอย่างเบามือให้หันมามองเขาตรงๆ แต่ร่างบางกลับขัดขืนไม่ยอมหัน

            “อย่าดื้อ...”
            เขาพูดพร้อมกับขบเบาๆที่ใบหูที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อ ริมฝีปากที่มักเอ่ยถ้อยคำแสนเย็นชาน่าเจ็บปวดพรมจูบซับน้ำตาทั่วทั้งใบหน้า ไล่ลงมาถึงซอกคอ ก่อนจะออกแรงขบเม้มฝากรอยประทับเอาไว้ที่ซอกคอขาว ร่างบางร้องกรี๊ดออกมาอีกหนกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับ ซาสึเกะค่อยๆไล่ขบเม้มตีตราจองร่างบางลงมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณอกอิ่ม เขาหายใจติดขัดอีกครั้งเมื่อมองดูมันใกล้ๆ

            อกอิ่มชูชันท้าสายตาราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปลิ้มลอง เขาค่อยๆเคลื่อนกายต่ำลง แล้วริมฝีปากได้รูปก็เข้าครอบครองยอดอกสีกุหลาบข้างหนึ่งไว้ ลิ้นหนาซุกซนไล้วนไปตามยอดอก ขบเบาๆพร้อมกับดูดดันหยอกล้อราวกับมันเป็นของเล่นอันเลอค่า ในขณะที่มืออันอยู่ไม่สุขก็ให้ความสุขกับอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน

            “อ๊ะ...ยะ...อย่า ซาสึเกะ อื๊อ...” ซากุระถึงกับร้องออกมาอย่างรู้สึกเสียวกระสัน เรือนร่างที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนย่อมไร้เดียงสา เสียงครางหวานหูของเธอทำให้ร่างสูงควบคุมตัวเองแทบไม่ไหว หากแต่ถ้าเขารีบร้อนเกินไปเธออาจจะเจ็บมากกว่าที่เป็น ตัวเขาเองนั้นก็พอรู้ว่าเธอบริสุทธิ์ และมันก็ทำให้เขาดีใจอยู่ไม่น้อย...

            ซาสึเกะอุ้มร่างบางที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงชันตัวขึ้นก่อนจะค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่นานนักเรือนร่างขาวพิศุทธิ์กับสัดส่วนที่ฟ้าประทานมาให้จนล้นก็ปรากฏแก่สายตา มาถึงตอนนี้ร่างสูงเริ่มรู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้ใครอื่นมายลโฉมความงามนี้ที่เขาควรจะได้เห็นแต่เพียงผู้เดียว...

            ซาสึเกะค่อยๆจัดการเสื้อคลุมที่แสนเกะกะของตัวเอง ก่อนจะโถมตัวทาบทับโอบกอดร่างบางให้แนบไปกับตัวทุกส่วน ริมฝีปากนั้นครอบครองยอดอกสีกุหลาบข้างหนึ่งไว้อีกครั้ง มือหนึ่งนั้นก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี เสียงครางหวานหูยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงแข็งขืนขึ้น

หากแต่เขาต้องไม่รีบร้อน...

มืออีกข้างที่ยังว่างค่อยๆไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ บีบเค้นทุกสัดส่วนฝากรอยประทับไว้ ใบหน้าหวานพลิกไปมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ก่อนที่มือที่สร้างความเสียวซ่านจะค่อยๆสืบเข้าไปในต้นขาขาว นิ้วเรียวยาวๆค่อยๆสอดใส่อย่างระวังเพราะเกรงว่าร่างบางจะเจ็บ

“อ๊ะ! ซา...สึเกะ” เธอครางออกมาพร้อมกับเรียกชื่อเขา สองมือเล็กโอบกอดเขาไว้อย่างเสียวกระสัน ซากุระจิกเล็บลงไปบนหลังของร่างสูงจนเลือดซิบอย่างมิอาจทนได้ แต่ซาสึเกะไม่ได้ว่าอะไร... เขายังคงพยายามใช้นิ้วของตัวเองปูทางให้ช่องทางคับแคบนั่นคุ้นชิน ร่างสูงหัวเราะออกมาหน่อยๆเมื่อคิดว่าเขาชักจะแคร์เธอมากเกินไปแล้ว คนที่มีความต้องการสูงอย่างเขาไม่เคยเล้าโลมใครถึงขนาดนี้ แต่สำหรับเธอเขากลับยอมอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอต้องทรมานจนเกินไป

เมื่อถูกกระตุ้นมากๆเข้าร่างกายของเธอก็ตอบสนองโดยส่งน้ำหวานหยาดเยิ้มมาหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ ร่างบางครางเสียงกระเส่าเมื่อนิ้วเรียวสัมผัสถึงจุดอ่อนไหว

สติแทบจะหลุดออกจากร่าง...

            ซาสึเกะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงพร้อมแล้ว แม้จะใช้เวลานานไปหน่อยแต่ถ้าบวกกับเวลาที่เขาต้องเรียกความแข็งแกร่งคืนมานั่นก็นับว่าพอดีอย่างเหมาะเจาะ ร่างสูงค่อยๆถอดนิ้วออกจากช่องทางนั้น เขาเลียนิ้วมือที่ยังคงมีน้ำหวานติดมาประปรายก่อนจะส่งมันเข้าปากของหญิงสาวที่รับมันไปชิมอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

            “หวานมั้ย?” เขาถามแล้วยิ้มน้อยๆ มือหน้าเกลี่ยปอยผมสีชมพูดสดใสออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แสนทรมานของร่างบาง ทั้งๆที่เพิ่งถึงจุดหมายไปก่อนเขาแท้ๆแต่เธอกลับยังมีความต้องการมากกว่าเขาเสียอีก

โลภจริงๆนะ

            ร่างสูงที่อดทนมานานเริ่มจับเรียวขาขาวแยกออกช้าๆ แต่คนตัวเล็กกลับหุบเกร็งมันตามสัญชาตญาณ ซาสึเกะนิ่วหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด คราวนี้เขาออกแรงขืนมากกว่าเดิมพร้อมกับใช้เข่าช่วยดันเอาไว้

            “อย่าเกร็งสิซากุระ” เขาพูดเบาๆ และร่างบางก็ยอมปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าร่างบางเลิกขัดขืน ซาสึเกะก็สอดใส่ความแข็งแกร่งของตัวเองเข้าไปอย่างช้าๆ

            “อึก!” เสียงร้องเบาๆนั้นทำให้เขารู้ว่าเขาเจอปัญหาอีกแล้ว ช่องทางนั้นคับแคบเกินกว่าที่เขาจะฝืนดันตัวเองเข้าไปจริงๆ

            “อั่ก...จะ...เจ็บ ซาสึเกะ เจ็บ...” ซากุระร้องเรียกชื่อเขาอย่างเจ็บปวดจนทนไม่ไหว น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มพร้อมๆกับใบหน้าหวานบิดเกร็งอย่างเจ็บปวด ซาสึเกะชั่งใจว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีเพราะความต้องการของเขามันก็มีมากจนหยุดไม่ได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายร่างสูงก็ยังฝืนดันความแข็งแกร่งของตัวเองเข้าไปอีก

            “ซาสึเกะ... หยุดเถอะ ไม่เอาแล้ว...” เธอว่าพลางใช้มือจิกไปที่หลังของเขาอีกครั้งเพื่อระบายความเจ็บปวด หากแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

            “อะ...เอามันออกไป ซาสึเกะ ฉัน...อื๊อ” เสียงของเธอถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากหนาเข้าครอบครองริมฝีปากของเธอ เขาพรมจูบอยู่อย่างนั้นเพื่อช่วยทำให้เธอคลายความเจ็บปวดลง เมื่อเทียบกันแล้วเขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเพราะตอนนี้เขาเข้าไปในตัวเธอได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

            “อีกนิดเดียว...” เขาพูดกับเธอด้วยเสียงที่แหบพร่า เมื่อเห็นว่าร่างบางหยุดร้องแล้ว ซาสึเกะจึงอาศัยจังหวะนั้นดันตัวเองเข้าไปจนสุด

            “กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องดังสนั่นก่อนที่เขาจะเลื่อนริมฝีปากไปจูบประกบปากนั้น ซากุระน้ำตาไหลพราก... เธอไม่เคยสัมผัสถึงความเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน ดวงตาสีมรกตปรือขึ้นมองดูคนเบื้องบนเล็กน้อยก่อนมันจะหลุบต่ำลง จู่ๆใบหน้าของเธอก็เกิดร้อนผ่าวอย่างผิดที่ผิดเวลา ความเจ็บปวดที่เพิ่งได้รับแม้มันจะยังไม่หายไปแต่กลับมีความรู้สึกใหม่เพิ่มเข้ามา

            “อะไรกันใบหน้าแบบนั้น...” ซาสึเกะถามอย่างอ่อนแรงเมื่อมองดูใบหน้าของคนเบื้องล่าง มันยั่วยวนเสียจนเขาอยากจะทำอะไรสักอย่างกับมัน หากแต่ว่าสภาพของเขาในตอนนี้จะทำอะไรได้ ความแข็งแกร่งถูกช่องทางนั้นตอดรัดจนขยับแทบไม่ได้ ปากก็ต้องคอยพรมจูบซับน้ำตามอบความหวานให้อีกฝ่ายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด แต่สิ่งที่เธอทำคือมองหน้าเขาแล้วหลบสายตา เหอะ! เอาเปรียบกันจริงๆ

            “ผ่อนคลายนะซากุระ” เขากระซิบเมื่อเห็นว่ารางกายของเธอเริ่มปรับสภาพรับเขาได้แล้ว ร่างสูงค่อยๆขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆ แต่มันก็ช่างเป็นไปอย่างยากลำบาก

            “อ๊ะ อ๊ะ” ร่างบางครางเสียงกระเส่าตามจังหวะที่เขาควบคุมอยู่ ความเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยทำให้น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด แต่ตอนนี้ความทรมานเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง

ต้องการเขา...
มากกว่านี้...

            โดยไม่ทันรู้ตัวขาของซากุระก็เปิดอ้ากว้างรอรับความแข็งแกร่งที่เริ่มเพิ่มความเร็ว ความรู้สึกบางอย่างส่งให้สะโพกบางแอ่นเข้าหาความแข็งแกร่งนั้นเพื่อให้มันเข้ามาได้ลึกกว่าเดิม คนที่กำลังคุมเกมอยู่ถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่ นึกไม่ถึงว่าเธอจะตอบสนองเขาแบบนี้ ร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเพิ่มจังหวะกระแทกกระทั้นรุนแรงขึ้น

            “อ๊ะ...ซะ...ซาสึเกะ”

            “หืม? เธอ...เรียกชื่อฉันบ่อยจังนะ” เขาพูดติดตลกทั้งๆที่ตอนนี้ร่างกายมันร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว และนั่นก็ยิ่งทำให้จังหวะรุกของเขารุนแรงกว่าเดิมอีกหลายเท่าจนคนเบื้องร่างถึงกับร้องเสียงหลง
           
            “อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา...” ร่างบางหลุดเสียงกรีดร้องหวานหูเมื่อความแข็งแกร่งสะกิดจุดอ่อนไหวของร่างกาย เธอผวาตัวกอดร่างสูงไว้แน่น ซาสึเกะหยุดจังหวะรักนั้นไว้ก่อนจะกอดร่างบางเบาๆ เพราะว่าวันนี้ผ่านศึกมาหลายครั้งจนเขาเองนั้นไปถึงฝั่งฝันได้ยากเหลือเกิน แต่ไม่ว่ายังไงกับร่างบางตรงนี้ เขาก็อยากจะขอให้เธอช่วยส่งเขาไป

            “ช่วยทีนะ ซากุระ...” เขากระซิบเบาๆก่อนจะรวบรัดตัวเธอยืนขึ้นทั้งที่ร่างกายยังสอดประสาน ซากุระที่สติแทบไม่มีเหลือได้แต่กอดเขาไว้แน่น ความเสียวซ่านระลอกใหม่กลับมาอีกครั้ง ซาสึเกะเริ่มเร่งจังหวะขึ้นมาใหม่ในท่ายืน จังหวะที่ปลุกขึ้นมาใหม่นั้นเพิ่มความเสียวกระสันจนทำให้คนทั้งคู่หายใจหอบ

            “ยอดมาก...” เขาพูดก่อนจะพาเธอเดินวนไปรอบห้อง มือหนาจับเอวบางให้เข้าจังหวะสอดรับกับการรุกของเขา จังหวะซอยถี่และรุนแรงนั้นทำให้สองร่างต่างครวญครางไม่เป็นภาษาลั่นห้อง มือเล็กกอดเขาแน่นขึ้นราวกับต้องการจะระบายอารมณ์

            “ซะ...ซาสึเกะ ฉัน...ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว”

            “อีกนิดเดียวซากุระ อีกนิดเดียว”

            “อะ...อ๊าาา” เป็นอีกครั้งที่เธอถูกส่งไปยังฝั่งฝัน สติที่เรือนลางถูกกระชากไปจนหมดสิ้น

“อา...” แต่คราวนี้ร่างสูงกลับหอบหายใจถี่ไปด้วยเพราะอารมณ์ที่ถึงจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน สายธารแห่งรักถูกปลดปล่อยเข้าไปในร่างบาง

ซาสึเกะแทบหมดแรง... เขาพาตัวเองพร้อมร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะค่อยๆถอนความแข็งแกร่งออกมาอย่างช้าๆ

เหนื่อย...
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
.
.
.
            เมื่ออารมณ์แห่งความใคร่หมดไปความทรงจำที่เคยลืมไปชั่วขณะก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว ก่อนที่ร่างสูงจะชะงักราวกับมีอะไรมาตีแสกหน้า

เขาไม่ได้ป้องกัน...

            กับคารินที่เขาเชยชมอยู่เกือบทุกวันนั้นเขายังป้องกันทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เพราะความโกรธที่มีต่อซากุระทำให้เขาลืมคิดเรื่องนั้นไปเสียสนิท แต่ร่างสูงก็คิดในแง่ดีว่าสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่คงไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่ เขาไม่ควรจะกังวลจนเกินไป...

            ซาสึเกะมองดูร่างบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยของเขาอย่างพึงพอใจ ความรู้สึกแค้นเคืองเริ่มกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ร่างสูงระบายรอยยิ้มร้ายกาจ

เขาจะทำให้เธอต้องรู้สึกสูญเสียทุกอย่าง...
จะฝากฝังความแค้นไว้กับเธอที่เอาแต่พูดว่าความรักสามารถทำให้ลืมความแค้นได้ จะสอนเธอให้เข้าใจความเป็นจริงของโลกนี้...

            “ว่าไงล่ะ คำตอบของเธอน่ะ... ยังจะเหมือนเดิมอยู่มั้ย?”



ในที่สุด!!! แต่งได้แล้ว จบแล้ว เย้!!! ตั้งแต่เปิดเรื่องมาไอเกะมันเพิ่งจะแสดงความอ่อนโยน โดยเฉพาะตอน จุดๆๆเนี่ย แอร๊ยยย >.< ฉากNCนี่มันเปลืองพลังงานจริงๆ ไรท์เตอร์ต้องเปิดต้องดูทั้งนิยาย การ์ตูนเพื่อมาเขียนฉากแบบนี้โดยเฉพาะ จนมามี๊มองอย่างสงสัย แบบว่า ทำหน้าหื่นมาหลายชั่วโมง -,.- ถึงมันจะออกแนวกากเกรียนไปหน่อย บางฉากอ่านแล้วอาจจะงงก็มองผ่านๆมันไปนะคะ แฮร่! ท้ายนี้สำหรับคนอ่านที่อายุยังไม่ใช่ 18+ เนื้อหาในนิยายมันค่อนข้างรุนแรง(มั้ง) ใช้วิจารณญาณในการเสพนะจ๊ะ จุ๊บุๆ>.<

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น